ของขวัญปีใหม่เนื่องในวันพิเศษ

งานวันวิวาห์เพื่อนรัก

 

ภูเก็ต :

สวัสดีเจ้า ป้าติ๋มกาเจ้า ได้รับแฟกซ์หรือยังเจ้า

เชียงใหม่ :

อ๋อ  แฟกซ์ กา ได้รับแล้วเจ้า เรียบร้อยเจ้า

ภูเก็ต :

แล้วจะฮื้อไปรับเมื่อใดเจ้า

เชียงใหม่ :

เออ... อั้นกำเดียวก่อนเน้อ เอิ้นอี่แม่ก่อน  แม้...แม่ มานี่กำแล้... เอาะ เปิ้นจะถามอะหยังน้อย

ภูเก็ต :

ฮัลโห...ป้าติ๋มกาเจ้า น้องส่งแฟกซ์ข้อความแกะสลักถาดเงินกับขันเงินไป ได้รับก่อเจ้า

ป้าติ๋ม :

จ้าว... ลูกเจ้า ได้รับแล้วน่อ เดวจะจัดก๋านฮื้อน่อ

ภูเก็ต :

แล้วจะฮื้อไปรับของขวัญเมื่อใดเจ้า

เชียงใหม่ :

ฮ้า อะหยังก๊อ

ภูเก็ต :

จะแกะแล้วเมื่อใดเจ้า

เชียงใหม่ :

เออ ... พรุ่งนี้ ป้าก่อแกะละไว้ฮื้อน่อ วันฮือวันนึ่ง ลูกแวะเข้ามาเอาได้เลยลูก

ภูเก็ต :

ออ ขอบคุณเจ้า แล้วจะแวะไปเอาเน้อเจ้า

ป้าติ๋ม :

จ้าว... ขอบคุณจ๊าดนักเน่อลูกเน่อ

 

               

ฉันตอบตกลงป้าติ๋มไปว่าจะแวะไปรับของชำร่วยที่สั่งทำไว้เพื่อไม่ให้ป้าต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวของฉัน ที่ขมุกขมัวอยู่ในใจ เพราะขณะตอบป้าไปว่าจะแวะไปรับของนั้น เสียงป้าติ๋มไม่ได้ใคร่รู้หรือแปลกใจเลยว่าฉันเป็นใครอยู่ที่ไหนป้าคงนึกตามธรรมดาของลูกค้าขาประจำ ที่ต่างเป็นหน้าเก่าวนเวียนมาซื้อของที่ร้านจนคุ้นเคยกันออกมาก ส่วนใหญ่ก็เป็นคนอาศัยในจังหวัดเชียงใหม่แต่สำหรับกรณีของฉันนั้นรู้ดีว่าแตกต่างจากคนอื่น แต่ประโยชน์อะไรที่จะไปบอกป้าให้ปวดหัวแทนว่าผู้สั่งอยู่จังหวัดภูเก็ตแถมยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ไปรับของด้วยตัวเอง

                ทั้งๆที่เป็นงานแต่งงานของเพื่อนรัก เพื่อนผู้มีพระคุณเสียด้วยซ้ำไป ลึกๆแล้วตัวฉันรู้สึกเสียดายและโหยหางานเลี้ยงสังสรรค์ครั้งใหญ่ในงานแต่งงานของเพื่อนคนนี้มาก ด้วยเพียงนึกหวังถึง บรรยากาศที่จะได้พบเจอเพื่อนเก่าที่เคยเรียนร่วมกันมา อีกทั้งยังเป็นโอกาสเหมาะที่จะได้กลับไปเยี่ยมญาติทางภาคเหนือ น้ำเสียงสำเนียงไพรเราะฟังรื่นหูแบบล้านนา พูดเจ้าๆ ของป้าติ๋มช่วยกระตุ้นความรู้สึกคิดถึงบ้าน Home sick ของฉันให้รู้สึกตุ้มๆอย่างแรง ถ้าเป็นภาพระดับกราฟคงพุ่งสูงขึ้นเป็นรูป MacM เลยที่เดียว ช่วงที่เส้นกราฟตกลงมาทำฐาน M นั้นเป็นห้วงความรู้สึกตกวูบเพราะแน่ใจหรือพูดง่ายๆคือมีคำตอบให้กับตัวเองแล้วว่ายังไงก็ไม่ได้ไปทั้งยังไม่คิดจะหาทาง ขวนขวายกระเสือกกระสนดิ้นรนทุรนทุราย เหมือนเช่นเคย นี่ฉันสงบลงตั้งเยอะแฮะ  ทำได้ไงหน่ะหรือ? เป็นเพราะฉันคิดว่างานแต่งงานกำลังจะเริ่มขึ้น ความสุขของเด็กหญิงตัวกลมๆ กำลังจะเปลี่ยนไปใ นขณะที่เธอตื่นเต้นสุดขีดกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ ในขณะที่ใครบางคนกำลังนึกอยู่ว่าควรจะรู้สึกสูญเสียเธอไปหรือไม่ แต่ฉันก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ฉันไม่ได้สูญเสียเพื่อนไป ตรงกันข้ามฉันกำลังจะได้เพื่อนใหม่เป็นชายแปลกหน้าที่ยังไม่ใคร่คุ้นเคยกันนัก เพื่อนของฉันกำลังระริกร่า กับประสบการณ์ใหม่  ประสบการณ์ไม่โสด  ในขณะที่ฉันและคนอื่นๆ ผ่านช่วงเวลานั้นมานานแสนนาน แต่การเรียนรู้เชิงทฤษฏีย่อมไม่ทำให้เพื่อนเข็ดขยาด กลัวชีวิตคู่เหมือนคำพังเพยที่ว่า คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า และสามีของท่านผู้หญิงท่านหนึ่งชอบพูดเล่นกับฉันว่า Don’t want to live life take a wife. ฉันได้ฟังแล้วก็ไม่ตลก เพราะฉันไม่เห็นว่าท่านผู้หญิง จะดูโหดร้ายตรงไหน ตรงกันข้ามสิ่งที่ฉันได้สัมผัสช่างมีแต่ความอ่อนโยนพูดจาไพรเราะอ่อนหวาน ท่านชอบให้แขกชิมฝีมือทำขนมหรือแซนวิช หากมีแขกที่ไหนแวะมาบ้านนี้จะต้องได้รับการต้อนรับอย่างดี อบอุ่น เป็นที่สุดและเป็นกันเอง ดีกว่าอยู่บ้านของตัวเองด้วยซ้ำไป มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านกรุณาให้ฉันเลือกยืมชุดว่ายน้ำได้ตามใจ เพื่อจะได้เป็นเพื่อนเรียนเต้นในน้ำที่สระบ้านท่าน ท่านถึงกับยกตะกร้ามาให้เลือกซึ่งมีทุก season ของชุดว่ายน้ำ อย่างนี้จะให้ฉันเชื่อว่าสามีของท่านอยากตายเพราะมีท่านผู้หญิงอยู่ใกล้ๆ ได้อย่างไรกัน ต้องใช้เวลานานพอควร ความสนิทสนมคุ้นเคยจึงเริ่มมากขึ้นทำให้ฉันได้เห็นมุมที่แตกต่างไป เมื่อฉันรับอาสาไปรับเด็กชายที่บ้านท่านผู้หญิง เมื่อถึงเวลานัดฉันยืนรออยู่ตรงหน้าประตูบ้านทำกริยานอบน้อมไม่กล้าเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของบ้าน เด็กชายนั่งอยู่ใกล้ประตูทางเข้า ตาจ้องมองการ์ตูนเรื่องโปรดโดยไม่ทันได้สนใจฉันที่มารอรับ สามีของท่านผู้หญิง นั่งหลับอยู่บนโซฟาอย่างอ่อนแรง ฉันเดาว่า ท่านคงเหนื่อยจากการดูแลพวกเด็กๆ แทนท่านผู้หญิงมาทั้งวัน สักพักใหญ่เมื่อท่านผู้หญิงเดินออกมาจากห้องครัว ท่านใช้สายตากวาดไปรอบๆ ก็รู้เรื่องทั้งหมดในทันทีว่าสามี หลับไม่มีใครสนใจ ฉันที่มายืนรออย่างตรงเวลา แล้วเด็กชายก็ยังมัวดูทีวี หน้าของท่านเปลี่ยนไปทันทีกลายเป็นสีหน้าที่ฉันไม่คุ้นเคย ท่านดูเด็ดขาด เอาจริงเอาจัง ก่อนจะเดินไปกดปุ่มปิดทีวีโดยไม่ได้แจ้งเตือนผู้ชมที่กำลังบันเทิงอยู่ พอเสียงทีวีเงียบ เด็กชายจึงได้สติ เวลานั้นทุกคนต่างรู้หน้าที่ ฉันได้ยินเสียงพูดดังขึ้น แล้วเหลือบไปเห็นสามีของท่านสะดุ้งตกใจตื่น ฉันรีบทักทายตามมารยาทแล้วเดินไปเปิดประตูรถรอ เมื่อเด็กชายกุลีกุจอ มาขึ้นรถ พวกเราก็รีบกระเจิงออกจากบ้านท่านผู้หญิงโดยไม่คิดจะหันไปโบกมือลาอย่างอ่อนหวานเช่นเคย

                เรื่องนี้เป็นภาพสะท้อนความแปรปรวนของชีวิตคนเราให้ฉันได้เรียนรู้เป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่คนเรามักเป็นเช่นนี้สินะ เราจะเฝ้ามองคนอื่น โทษคนอื่น วิพากษ์ วิจารย์คนอื่น ก็เพราะเราสนใจเรื่องราวของคนอื่น จนลืมเรื่องของตัวเอง ตั้งแต่นั้นมาฉันจึงเชื่อว่าภาพของท่านผู้หญิงคงจะมีอยู่ในตัวฉันอยู่บ้าง ความเด็กขาดโหดร้ายทางน้ำเสียง ที่ฉันเคยแสดงออกไป ที่ทำให้คนข้างๆ เบื่อหน่ายระอาใจ และหมดอารณ์พิศวาสฉันไปในที่สุด แต่เมื่อไหร่และรายละเอียดเป็นอย่างไรฉันก็จำไม่ได้เพราะเรามักจะไม่จำในสิ่งแย่ๆของตัวเอง แล้วผู้หญิงก็มักจะโทษฝ่ายชายว่าไม่ดี เจ้าชู้ ไม่รับผิดชอบ ต่างๆนาๆ ฉันเองไม่แน่ใจทั้งๆที่ฉันเขียนคำอวยพรวันแต่งงานให้เพื่อนรักไปแล้ว ฉันก็ยังลังเลใจว่าฉันจะเตือนเพื่อนดีไหม ในเมื่อมันเป็นวันที่ใครๆ ก็บอกว่าดี ฤกษดี วันดี พูดแต่สิ่งดีๆ ก็พอ เพียงพอจริงหรือ? ทั้งชีวิตของฉันถูกซึมซับมาด้วยกระจกส่องสะท้อน ฉันเห็นตัวเองและเห็นอะไรต่อมิอะไรมากมายอยู่ข้างหลัง รูปแบบความคิดของฉันเป็นแบบสมดุล มีดี ต้องมีเสีย มีราบรื่นสมหวัง ก็ต้องมีสะดุด หดหู่ แต่เวลาอวยพร คนชอบตัดอย่างหลักออกไป เพราะเขาเห็นว่ามันพิลึกพิลั่นถ้าหากเราจะอวยพรให้กันว่า ขอจง สุข เศร้า ราบรื่น สะดุด สมหวัง หดหู่ ตลอดไป แต่ในกระบวนการทางความคิดของคนที่มองโลกได้ทะลุปุโปร่ง แม้ตาจะเห็นข้อความอวยพรว่า ขอจง สุข ราบรื่น สมหวัง ตลอดไป เขาก็จะเห็นว่ามี () แทรกอยู่ จริงๆแล้วควรเขียนว่า ขอจง สุข(เศร้า) ราบรื่น(สะดุด) สมหวัง(หดหู่) ตลอดไป  แล้วคนอ่าน ก็อ่านตามแบบการอ่านที่เราได้ร่ำเรียนมาคือเว้นคำใน() เมื่อออกเสียงก็จะมีค่าเท่ากัน แต่ให้ความหมายที่มีสมดุลกว่า เพราะชีวิตจริงนั้น ไม่เคยมีสักครั้ง ที่ความสุข ความราบรื่น ความสมหวัง จะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบเพียงอย่างเดียว แต่เราไม่ชอบพูดถึงหนามกุหลาบที่ต้องมีใครกำจัดมันเสียก่อน

                ถ้าฉันเขียนอย่างที่คิด เพื่อนรักอาจจะกลายเป็นเพื่อนแค้นฝังหุ่น เธอคนนั้นอาจตัดฉันออกจากความทรงจำของเธอไปตลอดกาลนาน ด้วยเหตุนี้สินะ ที่ว่าคนเราไม่สามารถรับฟัง หรือยอมรับอะไรตรงๆ โดนๆ ได้ จึงจำเป็นต้องใช้กุศโลบาย การผูกเรื่อง และการอุปมาอุปไมย ให้เกิดการยอมรับเปิดใจรับฟังความหวังดี การตักเตือน คำแนะนำ และการชี้สอน เพียงเพราะคนเราต้องรักษาน้ำใจซึ่งกันและกัน ต้องมีระดับขั้นของภาษา ต้องมีพิธีการ จนกว่าคนจะทำอะไรสำเร็จได้เป็นชิ้นเป็นอันจึงใช้เวลายาวนาน ด้วยเหตุผลข้อที่ว่า บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น หรือช้าๆได้พล้าเล่มงาม ก็พล่ามกันไปเถอะ  สิ่งยืดยาวเหล่านี้ทำให้ฉันอึดอัดใจและไม่กล้าพูดกับเพื่อนรักตัวกลมๆ ของฉัน ว่าโลกเรานี้  มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีวงจรชีวิตแสนสั้นเมื่อเทียบกับสัตว์น้ำและพืชที่มีมาก่อนเรานานแสนนาน นานมากๆ นานจนจำตัวเลขไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ มนุษย์เมื่อเกิดมาพร้อมๆกับสติปัญญาอันสุดยอดฉลาดเกินสัตว์พันธ์อื่นๆทั้งหมด ขอย้ำชัดเจนว่าเราฉลาดกว่าสัตว์ทั้งหมด จึงจำกัดความให้ตัวเองเป็นมนุษย์แปลว่าผู้ที่ใจสูง ช่างสูงส่งกว่าพวกเดียวกันคือสัตว์ แต่ในงานวิจัยสมัยนี้กลับยืนยันว่าผู้มีใจสูงกำลังจะสูญพันธ์  ไม่สูญพันธ์เปล่าจะพาสัตว์อื่น พืชและโลก ที่ไม่ได้สมคบคิดกับเราล่มจมไปด้วย งานวิจัยของฝรั่ง อังกอล์ ก็บอกว่าโลกจะล่มสลายเพราะคนทำให้โลกร้อน งานวิจัยของคนไทย ดร. ธรณ์ ก็บอกว่าประเทศไทยกำลังจะวิบัติ เพราะคนตัดไม้-บุกรุกป่าชายเลน ทำลายระบบนิเวศ แต่ผู้คนก็ดูเหมือนจะไม่รับรู้อะไร พวกเรายังไม่ลืมหูลืมตา คนยังมัวเมา ฟุ่มเฟือย เที่ยวกลางคืน เห็นแก่ตัว และสร้างเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ จนเป็นเหตุให้ผู้คนล้มตายเป็นอันมาก เช่น กรณีซานติก้า คลับมรณะที่กรุงเทพฯ เรื่องนี้ฉันเห็นข่าวทีวีตั้งแต่ ดึกวันเกิดเหตุ ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2551 นั้น ฉันกับครอบครัว พากันไปทานอาหารอิตาเสี่ยน ที่ร้านอาหารใกล้ๆ ทะเล เราต้องการหนีความวุ่นวายในเมืองจึงพากันขับรถออกไปจากภูเก็ตไปพักค้างคืน ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา เราเลือกทำเลที่หาดสงบคนน้อย ซึ่งหาได้ไม่ยากเนื่องจากแนวชายหาดที่เขาหลักนี้ยาวสุดลูกหูลูกตา ไปต่อจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว ก็จะเจอหาดต่อไปอีก และแล้วด้วยความเหนื่อยเพีรยจากการเดินทาง พวกเราจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่ากลับห้องพัก เพราะต่างก็มีอาการหนังท้องตึงหนังตาหย่อน ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานในการย่อยอาหารมื้อใหญ่  จึงเป็นปีใหม่ปีแรกที่ฉันและครอบครัวนั่งเค้าดาวน์กับรายการทีวีที่กำลังถ่ายทอดบรรยากาสการเฉลิมฉลองตามสถานที่สำคัญทั่วโลก ฉันมั่นใจว่าตัวเองยังไม่แก่ แต่ชอบความสงบเงียบและธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่ง ไม่ต้องพิธีการไม่ต้องมีหางเสียง ไม่ต้องใส่หัวโขลน คนรอบข้างที่ฉันพอจะนับเป็นเพื่อนได้นั้นช่างมีน้อยนิดเหลือเกิน ทั้งๆที่ฉันมีโอกาสออกงานและรื่นเริงตามงานสังคมอยู่บ่อย แต่ฉันกลับปฏิเสธพวกเขาเหล่านั้นอย่างสุภาพ ตามมารยาทที่พวกเขาต้องการ เพราะฉันมองเห็นว่าช่างเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายกับการพูดคุยในงานสังคมด้วยเรื่องสับเพเหระไม่รู้จักจบจักสิ้นทั้งคืน แทนที่กลางคืนควรจะเป็นเวลาเล่นขว้างหมอนนุ่นใส่กัน หรือเล่นปิดไฟคุมโปงนับ 1-2-3 หาตัวผู้ร้าย ก็สนุกไม่น้อย เมื่อเร็วๆนี้ ฉันพึ่งค้นพบว่ามีเสื้อเก่าของเราตัวหนึ่งมันเรืองแสงได้ เป็นรูปสไปเดอแมนอยู่ตรงด้านหลังเสื้อ มันสร้างความฮือฮาให้กับสมาชิกในครอบครัวได้มากทีเดียว คืนนั้นจึงเป็นอีกวันที่ครอบครัวเราเล่นคลุมโปงได้ครึกครื้นน่าดู ฉันยอมรับอย่างไม่อายว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเสื้อตัวนั้นมันเรืองแสงได้ แล้วสมาชิกคนอื่นๆในบ้านก็หลุดปากออกมาว่าพวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่ซื้อมานั้นคิดว่าเป็นเพียงลวดลายธรรมดา ก็ไม่เคยปิดไฟใส่เสื้อนี่น... จริงไหม? เอ้า! จะใส่เสื้อแระ ปิดไฟก่อน???” เคยไหม? คงไม่หน่ะ

                ความเชยไม่ได้อยู่ที่ความเก่าของกิจกรรมที่เล่น สำหรับฉันแล้ว ความเชยคือการไม่รู้จักคิดสร้างสรรค์สิ่งต่างๆรอบตัวให้เป็นกิจกรรมประจำบ้าน ความเชยคือการวิ่งตามกระแสโดยไม่พลิกแพลงให้เหมาะกับตัวเองสักนิด ฉันเห็นคู่รักใหม่ๆ หลายคู่ที่หม้อข้าวยังไม่ทันจะเป็นรอยฝอยขัดหม้อ ก็ต้องเป็นอัน บุบบี้เพราะต่างฝ่ายต่างใช้หม้อเป็นเครื่องมือระบายแค้น ทุบตีหม้อแทนคนข้างๆ ให้คลายอารมณ์เสียอย่างนั้น บางทีฉันงง ว่าบ้านนี้กำลังทำกับข้าวสหรือตีมีดขายกันแน่ เสียงดัง เกร้ง กร้างงง โป้ง ป้างงง อยู่ไม่ขาด แล้วอย่างนี้ชีวิตคู่มันจะ สุข ราบรื่น สมหวัง อย่างไรกัน คงจะเหลือแต่ตัวหนังสือในวงเล็บที่ว่าไม่ต้องอ่านออกเสียง (เศร้า) (สะดุด) (หดหู่) มากกว่ากระมัง...

ถ้าเพื่อนฉันเป็นคู่รักเหมือนคนส่วนมากบนโลกใบนี้ที่มัวแต่จมอยู่ในห้วงแห่งความฝันหวาน ไม่รู้จักวางแผนชีวิตเพื่อลดความเสี่ยง ความเศร้า ความสะดุด และหดหู่ ที่กำลังเคลื่อนเข้ามาเยือนในไม่ช้า สักวันฉันคงต้องทำหน้าที่เป็นศิลานี คอยเป็นที่ปรึกษาปัญหาครอบครัว หรือคอยฟังคำพูดบ่น ด่า ว่า สามีของเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย... แล้วฉันจะรำคาญไหมงั้นหรือ? ฉันเลือกได้ด้วยหรือ? แล้วจะเป็นเพื่อนกันได้หรือ? เพื่อนที่หลีกเลี่ยงช่วงเวลาสลด เพื่อนที่คอยหายหน้าเวลาปัญหามาเยือน เพื่อนที่พลอยแต่ว่าดีอย่างเดียว ไม่มีสมดุลอย่างนั้นหรือ? เพื่อนที่พูดแต่จะให้สบายใจอย่างเดียวไม่นึกถึงการแก้ไขหน่ะหรือ? ฉันเป็นเพื่อนอย่างนี้ ไม่ได้ด้วยสิ ฉันเป็นคนมีอุดมการณ์ ความฝันอันสมดุล มีความหวังที่ไม่เกินเอื้อม ฉันคือความจริงของสองด้าน ฉันเป็นเพื่อนที่อยู่ในมุมมืดมุมหนึ่ง เมื่อใดที่ชีวิตของเพื่อนสุขสบายดีเพื่อนตัวกลมจะไม่นึกถึงมุมมืดทึมๆ นี้หรอก ไม่เชื่อลอกนึกดูสิว่าปีที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ ในขณะที่เธอกำลังแกะของขวัญวันเกิดอย่างระทึกนั้นเธอลืมให้ของขวัญใครบ้าง?.... ไม่มีหรอกคนไหนใครกันจะมานึกถึงมุมมืดในเวลารื่นเริงใจ แต่เมื่อใดที่เพื่อนรักมีปัญหา จงใช้ความสงบเงียบสร้างปัญญาให้ก่อเกิดกับตัวเองเถอะ บางทีเพื่อนอาจจำเป็นต้องนั่งในมุมมืดสักพักเพื่อปลีกตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมอันโดดเดี่ยว เมื่อนั้นเพื่อนรักของฉันจะพบว่า เรา หมายถึงเธอกับฉันจะช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรค ปัญหาไปได้ ฉันหวังว่าเรื่องราวเรื่อยเปื่อยที่ฉันเล่ามานี้ มันจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อนรักของฉันบ้าง มันจำเป็นต้องยาวและยืดเยื้อเพราะฉันจำเป็นต้องบอกอะไรเธอตั้งหลายอย่าง แบบอ้อมๆ...

 

เธอคิดว่าเงินหายไปในขั้นตอนการตรวจสอบของไปรษณีย์

เพื่อนของฉัน เป็นไฮโซใจบุญอยู่ที่เชียงใหม่ เมืองที่นักท่องเที่ยวต่าง อยากไปเยือนสักครั้งหนึ่งในการเดินทางไปสำรวจภาคเหนือขาเดินทางไม่มีพลาดที่จะแวะเชียงใหม่อยู่แล้ว ยิ่งปีใหม่ปี2552 นี้ผู้คนต่างบ่นกันจอแจว่าเศรษฐกิจแย่เงินฝืดหนีไปเที่ยวเหนือดีกว่า ไปแบบแบคแพ็ค ถูกคุ้ม ดิฉันคอนเฟิร์ม จะบอกให้ว่าไม่ได้โม้สักนิดและขอยกตัวอย่างมายืนยันกันว่ามีทัวร์จัดท่องเที่ยวจากใต้ไปเหนือราคาประหยัดสุดคุ้มรวมค่าใช้จ่ายเดินทางทั้งขาไป-กลับและที่พักอาหารพร้อมโดยบริษัทที่จัดเอาใจลูกค้าได้ตั้งชื่อทัวร์นี้ว่า ภูปาย ไปแอ่วเหนือกั๋นเตอะ แล้วอธิบายตอนท้ายว่า ภูปาย ก่อคือ ภูเก็ต(ใต้) + ปาย(เหนือ) ยังไงหล่ะเจ้า

เมื่อมีคนต่างจังหวัดถามไถ่ถึงเรื่องที่พักที่เที่ยวเพื่อนของฉันจะพูดว่า แกจะหาอะไรหล่ะ ที่กินเหรอ ข้าวซอยลำดวน ข้าวซอยฟ้าฮ่าม ข้าวซอยดอยปุย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวหลาม ลาบป่าสัก หรือแกจะซื้อของถูกก็ไปเลยตลาดวโรรสที่คนเชียงใหม่ชอบเรียกติดปากว่ากาดหลวงนั่นแหละเป็นศูนย์รวมทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่สากเบือยันเรือรบ เสื้อผ้า (เครื่องแต่ง)หน้า-ผม ของเล่นเด็ก อุปกรณ์การเรียน เครื่องครัว จิปาถะ  หรือว่าแกอยากดื่มไปแด้นซ์ กระจายก็มีนะ เช่น มั้งกี้, วอมอัพ เอาแบบเย็นๆหน่อยไหม ก็จะเป็น ริเวอร์ไซด์, กู้ดวิว, เฮือนโบราณ, เฮือนสถาปนิก...เพื่อนของฉันพร้อมที่จะร่ายยาวได้ทุกเรื่องของเมืองเชียงใหม่ จนฉันต้องเบรคเธอไว้ก่อนเพราะฉันอยากรู้เรื่องเงินที่หายไปมากกว่า

ไหนพี่เล่าให้ฟังหน่อยเรื่องเป็นไง ฉันเปิดประเด็ญ เธอจึงเริ่มเล่าด้วยหน้าตาเคร่งเครียด ก็นี่ไงดูสิรอยเปิดซองจดหมายแล้วปิดทับด้วยเทปใสอย่างเนียนเลยนะ ตอนแรกพี่ก็นึกว่าเป็นการเปิดตรวจสอบของข้างในเท่านั้นแต่ไม่คิดว่าเงินจะหายไป มันเป็นกรรมของe-อินหน่ะ คิดดูสิตัวมันอยู่เมืองนอกพี่บอกบุญไปมันก็อยากมีศัทธาร่วมทำบุญเงินน้อยไม่คุ้มค่าโอนผ่านธนาคารมันก็เลยส่งจดหมายมา อุตส่าห์ทับตั้งหลายชั้น เงินก็ไม่เยอะนะแก แต่มันทุเรศหน่ะ ทำยังงี้ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นพวกไปรษณีย์นั่นแหละที่เปิดเอาเงินไป นึกออกไหมหล่ะ เงินอยู่ในซองดีๆ ไปรษณีย์มีหน้าที่ตรวจสอบว่าอะไรอยู่ในซองแล้วก็ปิดไว้เหมือนเดิม พอส่งมาถึงมือพี่ เหลือแต่ซองกับกระดาษห่อเงิน ข้างในกลวงโบ๋เงินหายไปไหน หายไปได้ยังไง ถ้าถามใครๆ ก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไอ้คนตรวจแหละน่าสงสัยที่สุด แล้วใครหล่ะคนตรวจสอบ ก็ไปรษณีย์ ....โถ่เสียชื่อเสียงไปรษณีย์หมด อย่างนี้พี่ก็ไม่ไว้ใจแล้ว อะไรกัน บ้านนี้เมืองนี้มันจะโกงกินตั้งแต่เงินฝากทำบุญไม่กี่ร้อยกันเลยเหรอ บาปกรรมจริงๆ

นี่เป็นเรื่องเล่าจากเพื่อนไฮโซผู้ใจบุญของฉัน เธอสับซะเละด่าซะเสีย... เรื่องแย่ๆที่เงินหายไปจากซองจดหมายระหว่างส่งถึงมือผู้รับนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมทางจิตใจหรืออะไรสักอย่างในตัวคนทำ ที่ทำให้องค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย และผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันหยุดพล่ามเรื่องของเธอ เพราะเธอไม่ชอบกลโกง เธอไม่ชอบความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะเงินที่พวกเธอๆทั้งหลายอุตส่าห์คิดกันว่าจะเอาไปทำบุญ วางโครงการไว้อย่างไฮโซผู้ใจบุญที่มุ่งมั่นในอุดมการณ์ของคนดี... ส่วนตัวแล้วฉันไม่คิดว่าองค์กรไปรษณีย์แย่ แต่ฉันปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันเองก็ชี้นิ้วไปที่ไปรษณีย์เช่นกัน ด้วยความสงสัยว่าเงินหายไปตั้งแต่ตอนไหน ขั้นตอนใด ผ่านใครคือผู้รับผิดชอบจดหมายฉบับนั้นตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง มันเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการสะสาง แก้ไข และพูดต่อๆไปอย่างไม่จบสิ้นจนกว่าเราจะแก้ไขเรื่องซ้ำซากน่าเบื่อหน่ายในสังคมได้ทีละประเด็ญ การเรียกร้องว่าความซื่อสัตย์อยู่ตรงไหน ความถูกต้องอยู่ที่ใด หลักในการทำงานคืออะไร จะทำอย่างไรให้ผู้คนหันมาสนใจเรื่องของความดีงาม ความถูกต้องและคำว่า ไม่ใช่ของเรา อย่าเอาๆๆๆๆ นั้น ถ้าตักเตือนกันดีๆแล้วไม่ได้ผล เราคงต้องลองวิธีการประนามในโลกไซเบอร์แบบนี้ จนวันหนึ่งพวกคนเลวๆที่ยังพอหน้าบางอ่านเจอแล้วเกิดสำนึกผิดกลับตัวกลับใจ นึกอุตริลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยอมขัดใจตัวเอง ไม่เอาของคนอื่น ไม่ฉวยโอกาส ก็จะยังพอมีอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าพวกคนเลวจะไม่เชื่อเรื่องเวรกรรม บาปกรรม แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้คือการกระทำ ทำดีย่อมส่งผลให้หน้าตาบอกบุญรับ ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดี เพราะใจสะอาด เมื่อเป็นคนดี ใครก็อยากคบแบบสนิทใจอยู่บนโลกด้วยความสุขไม่ต้องกังวลใจว่าใครเขาจะมาแก้แค้น แต่คนที่จ้องแต่จะเอาเปรียบ โกง ฉวนโอกาส หน้าตาของพวกเขา เราๆ ก็สังเกตได้ มันยุ่งๆ ไม่นิ่ง ไม่สบตา ไม่สนคนรอบข้าง แล้วคนพวกนี้ก็จะแสดงพฤติกรรมย่ำแย่อยู่เป็นสันดาน เช่นการตัดหน้าไม่ต่อแถว การหยิบฉวยเอาของฟรีแบบล้นมือทั้งๆที่ก็ไม่รู้จะเอาไปใช้อะไรนักหนา หรือแม้แต่คำพูดที่ไม่สนใจความรู้สึกของผู้ฟังพูดแต่จะให้ตัวเองถูกต้อง ได้ประโยชน์ และชนะ อยู่ร่ำไป คนพวกนี้อยู่บนโลกด้วยความหวาดระแวงและกลัวสิ่งที่เคยทำไม่ดีจะย้อนมาโดนตัวเองบ้าง ซึ่งการดัดสันดานคนพวกนี้ ก็คงเป็นวิธีเดียวกัน คือหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ให้พวกเขาเรียนรู้ว่าคุณมีโอกาสสูงที่จะถูกกระทำดังเช่นที่คุณเคยกระทำไม่ดีไว้ คนพวกนี้จะมีภาพหลอนติดตัวอยู่

คนดีไม่จำเป็นต้องเสียเปรียบ คนดีสุภาพ อ่อนโยน แต่ไม่ใช่คนอ่อนแอ คนดีเสียสละให้กับคนที่คู่ควรที่จะให้ เรียกว่าให้ถูกคน คนดีรักษาน้ำใจต่อคนดีด้วยกันก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรักษาน้ำใจทุกคนๆๆๆๆ จนทำให้ตัวเองหมดกำลังใจทำดี คนดีชนะได้ ไม่ใช่แพ้ฝ่ายเดียว แต่คนดีชนะด้วยการพิสูจน์ผีมือให้ประจักษ์ ไม่ใช่การเลียเจ้านาย คนดีทำบุญเพราะต้องการช่วยเหลือคนที่มีน้อยกว่าและเป็นสุขใจที่ได้เป็นผู้ให้ ไม่ใช่การให้เรี่ยรายจนกลายเป็นงมงายไร้สาระ บ้าของขลังมนต์ดำ คนดีต้องรู้จักคิดถึงเหตุผล กลลวง ไม่นำพาตัวเองไปให้ใครหลอกใช้ หลอกลวง ต้มตุ๋น ดังนี้แล้วคนดียุคใหม่จงเจริญ

ดิฉันขอสนับสนุนคนคิดดี พูดดี ทำดี ไม่เป็นภัยต่อสังคมและที่สำคัญคนดีอย่าปล่อยคนชั่วลอยนวล

 

ปล. เพื่อนหญิงของฉันพวกเธอทุกๆ คนไม่ติดใจหรือโกรธแค้นกับเรื่องเงินหายระหว่างนำส่งผู้รับแล้ว หลังจากที่พวกเธอรวมตัวกันสาปแช่งผู้ที่ขโมยเงินในซองจดหมายไปอย่างเป็นทางการ การได้ระบายให้เพื่อนๆฟังทำให้พวกเธอรู้สึกดีขึ้น ในแบบฉบับของไฮโซเรื่องเงินเรื่องเล็ก เรื่องถูกกระทำนี่สิ เสียอารมณ์......

Good morning Phuket

เมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม 2552 ฉันไปรับสมาชิกใหม่จากสนามบินภูเก็ต เสียงของเจ้าหน้าที่ ร้องเรียกให้ฉันไปรับตัวเดซี่ แล้วถามย้ำว่า ใช่ไหมครับ ฉันรีบตอบว่า ใช่คะ ทันทีที่ฉันได้สบตากับเดซี่ เสียงอื่นๆที่ตามมาก็ไม่มีความหมาย... ฉันไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่พูดอะไรกับฉันต่อจากนั้นอีก ฉันอุ้มเดซี่ไปที่รถ พาเธอนั่งตัก ตอนแรกเขาเกรง ฉันก็เกรง ต่างก็กลัวจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ แต่เดซี่น่าสงสารกว่าเธอมีน้ำมูก น้ำตา เยอะ เลอะเทอะไปหมด เธอดีใจที่ได้อยู่ใกล้ใครสักคน ทันทีที่ได้นั่งตัก เธอก็เอาแต่มุดหัวอยู่ใต้เสื้อคลุมของฉัน การทำความรู้จักกันในสถานการณ์แบบนี้ เดซี่ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากไว้ใจฉัน เธอพอใจที่จะซุกอยู่อย่างนั้นจนผ่านไปครึ่งทาง ระหว่างที่รถแล่นไป ทุกครั้งที่มีเสียงดังจากการเบรคของรถคันข้างๆ เสียงแตรดัง เสียงความวุ่นวายบนท้องถนน เดซี่จะสะดุ้งสุดตัวแล้วพยายามมุดเข้าไปให้ลึกกว่าเดิมใต้เสื้อคลุม ฉันรู้สึกได้ว่าเดซี่พอใจที่จะหลบอยู่ในนั้นมากกว่าออกไปนั่งเบาะข้างๆ แม้ว่าเธอจะมีอาการไอ เมารถจนทำท่าจะอาเจียนหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่ร้ายแรงถึงขั้นนั้น อาจเป็นเพราะเธอไม่ได้ทานอะไรมาหลายชั่วโมงเพราะต้องติดแหงกอยู่ในคลังสินค้า คงไม่มีอะไรในท้องให้ขย่อนออกมามากกว่า 


ก่อนรถจะแล่นมาถึงบ้านใช้เวลาอีกพักใหญ่ระหว่างนั้นเดซี่เริ่มโผล่หัวออกมาข้างนอก เธอเริ่มอยากรู้อยากเห็นว่าต้นเสียงต่างๆนานา มาจากไหน เดซี่ท้าวคางบนแขนของฉันอย่างอ่อนล้า สายตาทอดยาวไปข้างนอกหัวหมุนไปมาขวาซ้ายขวาเพื่อจะได้ดูให้ทั่วว่ามีอะไรใหม่ๆแปลกตาบ้าง ซึ่งทุกอย่างดูจะแปลกตาไปหมด เมื่อมาถึงบ้านฉันรีบวางเธอลงบนสนาม ปล่อยเธอไว้เพียงลำพัง เพื่อฉันจะได้มีเวลาไปจัดบ้านใหม่สำหรับเธอ เดซี่คงหิวมากแต่ฉันก็อยากให้เธอปรับตัวสักพัก พอเธอดูท่าทางสบายใจขึ้น ฉันก็เสริฟอาหารสดใหม่กับนม การกินอาหารเร็วๆไม่ช่วยให้เธออาการดีขึ้น เดซี่ท่าทางพะอืดพะอม แถมไอ้เป็นระยะ เมื่อเธอเดินเล่นสักพักฉันจึงพาเธอเข้านอน โดยแอบหวังว่าอาการของเธอจะดีขึ้น แต่ถ้าหากไม่เป็นอย่างหวัง ซึ่งมีโอกาสสูงที่เธอจะไม่สบายหนักขึ้นเพราะอากาสที่ภูเก็ต มีลมพัดเย็นแม้แต่ผู้ใหญ่ยังต้องใส่เสื้อคลุมกันทั้งนั้น แล้วเด็กๆที่พึ่งเดินทางรอนแรมเพียงลำพังบวกกับควบเครียดที่ต้องถูกจำกัดอยู่ในสถานที่แคบๆอยู่รอบๆกับเสียงดังและอะไรต่อมิอะไรมากมายก็ยิ่งทำให้เรื่องราวแย่ลง

                เดซี่หลับไปได้สักชั่วโมงเธอก็ต้องพรวดพราดตื่นขึ้นมาเพราะมีเด็กชายมาปลูกเด็กชายยิ้มแย้มด้วยท่าทาง ตื่นเต้นดีใจกับของขวัญใหม่ที่เขารอคอยมานานแลนนาน นานจนบางครั้งเขาไม่แน่ใจว่าจะเป็นจริงได้ไหม ฉันไม่เห็นลูกชาย ดีใจยาวนานอย่างนี้มาปลายปีตั้งแต่เขาโตขึ้นทุกอย่างรอบตัวเป็นสิ่งที่เขาสามารถเข้าใจได้ด้วยหลักการและเหตุผลพื้นฐาน แต่วันนี้ช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่สิ่งที่เขารอคอยได้เข้ามาเป็นสมาชิกในบ้านเร็วกว่าที่เขาคิดไว้ ทั้งเดซี่และเด็กชายทำความรู้จักกัอย่างรวดเร็ว ทั้งสองเล่นด้วยกันจนดึก เด็กชายกระโดดไปมา เธอก็วิ่งไล่ตามไป ทั้งๆที่ร่างกายไม่สู้ดีนัก แต่เธอพยายามเป็นตัวของตัวเองอย่างมาก จึงมองเห็นว่าเธอเป็นเด็กร่าเริง ขี้เล่น สุภาพ อ่อนหวาน แม้กระทั่งคนใจร้ายที่สุดในบ้านยังต้องออกปากชมและอดไม่ได้ที่จะเข้ามากอดเธอ ฉันจึงถามด้วยความแปลกใจก่อนจะส่งทั้งเดซี่และลูกชายเข้านอนพร้อมๆกันว่า ด้วยเหตุผลใดพ่อถึงชอบเดซี่ทั้งที่ไม่เคยชอบตัวอื่นๆ ปลายทางรีบแย้งทันทีว่า ไม่หรอกก็ดูเธอสิ น่ารักปานนี้แล้วไม่ร้องสักทีเดียว จึงไม่มีเหตุผลอื่นใดที่ทำให้ฉันรำคาญใจ ฉันไม่ชอบเสียงร้องกวนใจ มันทำให้ฉันนอนไม่หลับ ถ้าหากเธอเป็นเด็กดีอย่างนี้ ฉันก็อนุญาติให้นอน ให้ห้อง กับลูกได้ตามสบาย  เสียงนี้เป็นเสียงสวรรค์ที่ฉันกับลูกชายพอใจเป็นที่สุด

เช้าวันใหม่ กับบ้านใหม่ ที่ภูเก็ต เดซี่ตื่นนอนพร้อมกับขาประจำคือลูกชายฉัน พาเธอออกไปวิ่งเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน อากาสข้างนอกในตอนเช้าหนาวเย็น หญ้าเปียกน้ำค้าง ฉันไม่ทันได้ห้ามพวกเด็กๆ เพราะฉันยังนอนหลับอยู่ กว่าจะรู้เรื่องนี้ก็สายไปแล้วลูกชายตัวดีไปโรงเรียนแล้วแอบเอาเดซี่ใส่ไว้ในห้องเหมือนเดิม ฉันให้อาหารเช้าและพาเธอเดินเล่นสำรวจบ้านใหม่ไปรอบๆ จนสายหน่อยฉันก็เห็นอาการไอ หอบของเธอที่แย่กว่าเมื่อวานเย็น มันไม่มีทางเลือกอื่นการไบพบหมอเป็นวิธีที่รอบคอบที่สุดและไม่ควรรอช้า คุณหมอให้ผู้ช่วยฉีดยาให้เดซี่แต่เธอเจ็บและไม่พอใจเอามากแสดงอาการหงุดหงิดและงับมือหมอ เดซี่ได้ยาทานมาด้วย คุณหมอบอกว่าเป็นอาการหวัดธรรมดาไม่น่าจะรุนแรงบวกกับความเครียดและอากาสเปลี่ยน ฉันต้องรักษาอุณหภูมิให้คงที่และไม่ให้เธอเปียกน้ำจนเธออาการดีขึ้นเรื่อยๆและฉันหวังอย่างยิ่งว่าเธอจะหายป่วยโดยเร็ว หากเป็นไม่ได้ฉันไม่อยากให้เธอไม่สบายอีก ฉันอยากให้เธอแข็งและอยู่กับครอบครัวเราไปนานๆ เพราะเป็นสิ่งที่ฉันพอให้ที่สุดรวมทั้งคนอื่นๆในบ้านทุกคนแสดงท่าทีพออกพอใจสมาชิกใหม่อย่างออกนอกหน้า แม้แต่คนที่เคยวางท่ามากก็ยังมาเล่นด้วยกัน คอยมาถามว่าจะต้องดูแลสมาชิกใหม่ยังไง ส่วนเดซี่นั้น เธอช่างไม่กลัว คนตัวใหญ่ ตัวเล็ก หรือคนแปลกหน้าที่พึ่งเดินเข้ามา ท่าไม้ตายของเธอคือการ วนวงกลมรอบตัวเอง ซึ่งฉันยังคิดไม่ออกว่าแปลว่าอะไร?

 

ปล. เดซี่ เบื่อของเล่นเร็วมาก เพียงวันเดียวเธอใช้ของเล่นไป 3 ชิ้น สิ่งที่เธอชอบมากคือการเล่นกับเราสิ่งมีชีวิตที่มีภาษาท่าทาง และสายตาที่สื่อถึงมิตรภาพและความรัก

 

edit @ 21 Jan 2009 12:03:32 by Coffee Zoo

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 20 Jan 2009 11:46 by tthipphawan

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก